คู่มือการอัพเกรด Firmware Tomato และ DD-WRT



สำหรับ FH303+ เท่านั้น
Wireless N300 High Power Router



          1. เตรียมพร้อม Firmware 3rd Party ที่ FH303+ รองรับ


     ก่อนที่จะทำการ Upgrade Firmware ของ FH303+ ด้วย Firmware Tomato หรือ DD-WRT นั้น ผู้ใช้จำเป็นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมเรื่อง Firmware ก่อนครับ โดย Firmware 3rd Pary ที่สามารถใช้ได้กับ FH303 มีดังนี้

     1.1. Firmware ค่าย Shibby = Firmware ของค่าย Shibby จะแบ่ง Firmware ออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกคือ Firmware ย้อนหลัง ที่จะเก็บรวบรวมไว้ใน Folder “ archive “ สำหรับ Firmware ใน Folder นี้ จากที่ทดสอบ ก็เจอว่า รองรับและใช้ได้กับ FH303+ ได้หมดครับ สามารถเข้าได้ตาม Link ดังนี้   http://tomato.groov.pl/download/K26RT-N/archive/




     ใน Folder Build เข้ามา ก็จะมีให้เลือก Folder สำหรับ Model ต่าง ๆ ก็ให้คลิกเลือกไปที่ Folder “ Asus RT-Nxx “ ครับ ดังรูป




     เข้ามาแล้ว ก็จะมีให้เลือก ไฟล์ Firmware แล้ว ซึ่งไฟล์ที่สามารถใช้กับ FH303+ ได้นั้น ก็จะเป็นไฟล์ ที่ไม่มี USB ต่อท้ายครับ เช่น “ tomato-K26-1.28.RT-N5x-MIPSR2-xxx-xxx.trx “ ส่วนผู้ใช้จะเลือกใช้ Firmware แบบไหน ก็สามารถเลือกได้ครับ แต่ขอให้ ไฟล์ Size ที่ด้านขวาสุดของไฟล์ Firmware ขนาดไม่เกิน 8 MB ครับ ก็คลิก Download ไฟล์ที่ต้องการเก็บไว้ได้เลยครับ




     Firmware ส่วนที่ 2 ของ Tomato Shibby คือ ส่วน Firmware ใหม่ ๆ หรือ Firmware ปัจจุบัน โดยผู้ใช้ สามารถคลิกหัวข้อด้านบนเพื่อเปลี่ยนหน้า หรือจะเข้าตาม Link URL ดังนี้ http://tomato.groov.pl/download/K26RT-N/

     หลังจากเลือก Build ของ Firmware แล้ว ในส่วนของ Model ก็เลือก “ ASUSRT-Nxxx “ เหมือน “ archive “ ครับ ยกเว้นว่า Firmware ที่ลงท้ายด้วย “ Max.trx “ นั้น ไม่แนะนำให้ใช้กับ FH303+ ครับ เพราะยังไม่รองรับกับอุปกรณ์ 100% ครั แนะนำตัว Mini หรือ IPv6 แทน




1.2. Firmware ค่าย Toastman = www.4shared.com/dir/v1BuINP3/Toastman_Builds.html#dir=v1BuINP3  หลังจากคลิกที่ Link แล้วจะเข้าหน้า Web ของ 4Shared ครับ เนื่องจาก Toastman เลือกฝาก Firmware ไว้กับ 4Shard แทน ต่อไปก็ให้เลือก Firmware สำหรับอุปกรณ์ตระกูล RT-N ( MIPSR2 ) ตามรูปครับ เพราะทดสอบแล้ว ใช้ได้กับ FH303+ ครับ




     เข้ามาใน Folder RT-N แล้ว จะเจอ Built Version ของ Firmware ครับ ก็จะมี Folder แยกสำหรับ STD เวอร์ชั่น กับ VLAN เวอร์ชั่น ก็ให้เลือก Built Version ไหน ก็ได้ครับ ที่ลงท้ายด้วย VLAN ครับ โดยอาจจะดูวันที่ด้านขวาประกอบด้วย เพื่อเช็คว่าเก่า หรือใหม่ครับ




     เข้ามาใน Folder ของ Built Version ที่เลือกแล้ว ก็จะมีรายการไฟล์ Firmware อยู่หลายไฟล์ครับ มีทั้งระบุยี่ห้อ Model กับไม่มีระบุยี่ห้อ ครับ สำหรับ FH303+ แนะนำให้ใช้ Firmware ชื่อ “ tomato-K26-1.2.8.xxxx.2MIPSR2Toastman-RT-N-VLAN-xxx.trx “ ดังตัวอย่าง ( xxx = Mini, Std, Tiny, VPN และ MiniIPv6 ) ก็คลิก Download ไฟล์ที่ต้องการเก็บไว้ได้เลยครับ




1.3. Firmware ค่าย DD-WRT = www.dd-wrt.com/site/support/other-downloads หลังจากคลิกที่ Link แล้วจะเข้าหน้า Web ของ DD-WRT ในส่วนของ Other Download ให้คลิกเข้าไปที่ Folder “ betas “ แล้วจากนั้น ก็คลิกเลือก ปีของ Firmware ดังรูปตัวอย่าง





     หลังจากเลือกปีแล้ว ก็จะเข้ามาให้เลือก วันเดือน ของ Firmware ครับ โดยผู้ใช้สามารถเลือกเข้าไปใช้ Firmware ของปีไหนก็ได้ครับ ดังรูป




     เลือกวันเดือนเสร็จ ก็จะเข้ามาอีกหน้า คือหน้าให้เลือกยี่ห้อ Router ก็ให้เลื่อนลงมา แล้วคลิกเข้าไปที่ Folder ชื่อ “ broadcom_K26 “ ดังรูป





     ในหน้าสุดท้าย จะเป็นหน้าให้เลือก Download ไฟล์ Firmware แล้ว ซึ่งจะมีไฟล์อยู่หลายไฟล์ด้วยกัน หลัก ๆ ก็แนะนำให้เลือก Download ไฟล์ ที่เป็นรูปแบบ “ dd-wrt.v24-xxxxx_NEWD-2_K2.6_xxx.bin “ โดย xxx.bin ก็จะมีแยกเป็น “ big, mega, mini, openvpn และ voip_small “ เป็นต้น แนะนำให้ใช้เวอร์ชั่นที่ลงท้ายด้วย “ mini.bin “ ครับ จากนั้นก็คลิก Download ไฟล์ที่ต้องการเก็บไว้ได้เลยครับ




NOTE : ดูความแตกต่างของ Firmware แต่ละ Build จาก http://www.dd-wrt.com/wiki/index.php/What_is_DD-WRT%3F ครับ

     1.4. Firmware Office จาก Tenda = อันนี้ไม่ใช่ Firmware 3rd Party ครับ แต่บางครั้ง ผู้ใช้อาจจะต้องการกลับมาใช้ Firmware ที่เป็นจากฝั่ง Tenda เอง ก็สามารถสอบถาม และ ขอ Firmware จากทาง Support Plenty Computer ได้ครับ โดยจะติดต่อขอทาง Email support@plentycomputer.com พร้อมแนบ Serial Number ข้างใต้อุปกรณ์ หรือ โทรเข้าเบอร์ 02-3123641 – 6 ได้เช่นกันครับ

     1.5. Firmware 3rd Party ค่ายอื่น ตรงนี้ถ้าผู้ใช้ต้องการ Upgrade Firmware 3rd Party ของค่ายอื่น นอกเหนือจากที่แจ้งไปข้างต้น ก็สามารถแจ้งให้ทาง Support ทดสอบก่อนก็ได้นะครับ หรือถ้าลองแล้ว ตัวอุปกรณ์เกิดการ Brick ก็ให้ดูวิธีการแก้ในข้อสุดท้ายดูครับ


          2. Fix IP Address ที่เครื่อง Computer



     ก่อนการเริ่ม Upgrade Firmware ของ FH303+ แนะนำเพิ่มเติมให้ ผู้ใช้แล้วต่อสาย LAN จากเครื่อง Computer เข้าช่องสีเหลือง ( LAN ) ของ FH303+ ครับ จากนั้น ก็ทำการ Fix LAN IP ของเครื่อง Computer PC ก่อนครับ โดยเข้าไปที่ Local Area Connection Properties แล้วไปกำหนดค่า IP Address ใน Internet Protocol ( TCP/IP ) ครับ



     ในการตั้งค่า IP Address นั้น แนะนำให้กำหนดค่า LAN IP Address ของเครื่อง Computer PC หรือ Notebook ที่จะเซต Upgrade Firmware ให้เป็น 192.168.0.xxx โดยหลักสุดท้าย จะเป็นตัวเลขตั้งแต่ 2 – 254 ครับ ( ในตัวอย่างกำหนดเป็น 192.168.0.3 ครับ )




NOTE : สำหรับการเข้าหน้าตั้งค่า Local Area Connection ของ Windows แต่ละเวอร์ชั่นนั้น ผู้ใช้สามารถดูวิธีการเซตเพิ่มเติม ได้จาก Link ดังนี้ http://www.howtogeek.com/howto/19249/how-to-assign-a-static-ip-address-in-xp-vista-or-windows-7/ และกรณีที่มีการ เปลี่ยน LAN IP ของ FH303+ เป็นหมายเลข IP อื่น ก็แนะนำให้กดปุ่ม Reset Default เพื่อให้ค่ากลับคืนมาเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน หรือผู้ใช้จะ Fix IP ให้อยู่ในวง LAN ของ IP ใหม่ ก็ได้เช่นกันครับ แล้วแต่ว่าสะดวกแบบไหน


          3. เริ่มต้นการ Upgrade Firmware ( หน้า CFE Upgrade )



     ขั้นตอนนี้ ถือเป็นขั้นตอนสำหรับ ในการ Upgrade Firmware 3rd Party หรือแม้แต่การ Recovery อุปกรณ์ให้กลับมาใช้งานได้ตามปรกติ

     3.1. เริ่มจากการกดปุ่ม เพื่อให้อุปกรณ์ Boot เข้าสู่หน้า CFE Upgrde โดยการกดปุ่ม จะมีด้วยกัน 2 วิธีครับ ดังนี้




     3.2. จากนั้น ให้เปิด Browser เช่น IE, Google Chrome หรือ Firefox ตัวไหนก็ได้ เปิดขึ้นมาครับ




     3.2. พิมพ์หมายเลข IP Address “ 192.168.0.1 ” ตรงช่อง Address Bar ดังรูป แล้วกดปุ่ม Enter ครับ




     3.3. จากนั้น ก็จะเข้าสู่หน้า “ Tenda - 3rd firmware upgrade mode “ ดังรูป ให้ กดปุ่ม Browse .. เพื่อเลือกไฟล์ครับ




     3.4. จะขึ้นกรอบ หน้าต่างใหม่ ก็ให้เข้าไป Folder ที่เก็บไฟล์ไว้ แล้วเลือก Firmware ที่ต้องการ Upgrade ครับ ว่าจะเป็น Firmware Tomato Shibby, Tomato Toastman หรือ DD-WRt ครับ เลือกเสร็จแล้วกดปุ่ม Open




     3.5. หลังจากเลือกไฟล์ Firmware เรียบร้อยแล้ว ให้กดปุ่ม Upgrade ครับ ดังรูป





     3.6. สังเกตด้านล่างของหน้า Page จะมี เปอร์เซ็นต์ทำงาน รอให้ครบ 100% ครับ หรือถ้าไม่มีขึ้นมาก็ให้รอประมาณ 2 - 3 นาทีครับ




     3.7. รอสักครู่ จะมีข้อความแจ้งให้ทราบว่า การ Upgrade Firmware เสร็จสิ้น โดยจะมีบอกขนาดไฟล์ที่ Upgrade และข้อความว่า “ Upload Completed “ ดังรูป ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการ Upgrade Firmware ผู้ใช้จะกดปุ่ม Continue ต่อก็ได้ครับ




NOTE : สังเกตไฟ LED เดิมที่ติด 5 ดวงพร้อมกัน ก็จะเปลี่ยนเป็น ติดเฉพาะไฟ LED ที่ Firmware Version นั้น ๆ กำหนดมาครับ ซึ่งก็หมายความว่า การ Upgrade เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าไฟ LED กลับมาติด 5 ดวงพร้อมกันเหมือนดังรูป ก็แปลว่า Upgrade ไม่ผ่านครับ อาจจะต้องลองใหม่ หรือไป Upgrade ด้วย Firmware ที่ไม่รองรับกับ FH303+ ครับ ดูวิธีแก้ปัญหาการ Upgrade ผิดในหมายเหตุครับ




          4. วิธีการเข้าหน้าตั้งค่า Firmware ใหม่หลังจาก Upgrade เสร็จ


     วิธีสังเกตว่า Upgrade Firmware ผ่านหรือไม่ เบื้องต้นให้ดูจาก ไฟ LED ครับ โดยจะไม่ติด 5 ดวงพร้อมกันเหมือนข้อ 2. นะครับ แต่จะติดอย่างน้อย 3 ดวง หรือตามที่ Firmware 3rd Party นั้น ๆ กำหนดมาครับ ซึ่งหลัก ๆ แล้ว อย่างน้อยก็ติดไฟ Power, Wi-Fi และ LAN ครับ



     บางครั้ง Firwmare ใหม่ อาจจะทำให้ IP Address ของตัวอุปกรณ์เปลี่ยนไป ไม่ใช่ 192.168.0.1 เดิม ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าหน้าตั้งค่าตัวอุปกรณ์ได้ ถึงแม้จะ Upgrade Firmware เสร็จสมบูรณ์แล้วก็ตามครับ วิธีสังเกต อย่างแรกเลยคือ จะไม่สามารถเข้า 192.168.0.1 ได้ครับ


     อย่างที่สองคือ ทดสอบ Ping ไปยัง IP ของ FH303+ ก็จะไม่มี Replay จาก IP Address 192.168.0.1 ครับ ขึ้นเป็น Request Time Out




NOTE : การเชื่อมต่อและเข้าหน้าตั้งค่า Firmware ใหม่นั้น แนะนำให้เตรียม Computer ที่มี Wireless ในการช่วยตั้งค่าครับ เพราะนอกจาก IP Address เปลี่ยนแล้ว บาง Firmware จะยังใช้ พอร์ต LAN กับ WAN ไม่ได้ ต้องกำหนด VLAN ใหม่ จึงต้องเข้าทาง Wireless แทนครับ


     4.1. การเชื่อมต่อและกำหนดค่า VLAN หลัง Upgrade Firmware ค่าย Shibby และ Toastman


     จากที่ได้ทดสอบ เจอว่า FH303+ หลังจาก Upgrade Firmware Tomato ค่าย Shibby และToastman แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงบางค่า ดังนี้

     สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลัง Upgrade Firmware Tomato Toastman และ Shibby

  • หมายเลข IP Address
    • ยังคงเป็น IP Address = 192.168.0.1
  • Username , Password
    • User = admin , Password = admin
  • ฟังก์ชั่น DHCP Server
    • Enable ไว้ โดยแจก IP Address ทาง Wireless
  • ไฟ LED
    • ติด PWR, Wi-FI, LAN และ WAN พอร์ต
    • ไฟ SYS, WPS, S, G ไม่ติดครับ
  • พอร์ต LAN
    • จะยังใช้งานพอร์ต LAN ไม่ได้ ต้องเข้าไปตั้งค่า VLAN ก่อน ( บาง Build Date )
  • การเข้าหน้าตั้งค่า
    • ให้เข้าทาง Wireless ชื่อ Tenda_xxxxxx ( xxxx คือชื่อ SSID จากโรงงานของ Tenda โดยสามารถดูชื่อได้จาก Label ข้างใต้อุปกรณ์ )

     เริ่มต้นจาก เชื่อมต่อ Wireless กับชื่อ SSID ของ Tenda ให้เรียบร้อย แล้ว ( ชื่อ Wireless อาจจะแตกต่างกันตามอุปกรณ์ ) โดย Wireless ของเครื่อง PC หรือ Notebook ก็จะได้รับหมายเลข LAN IP จาก FH303+ อัตโนมัติครับ




     จากนั้นเปิด Browser เช่น IE, Chrome หรือ Firefox แล้วพิมพ์ IP = 192.168.0.1 ตรงช่อง Address Bar แล้ว Enter จะเข้ามาติดหน้า Login ของ Tomato ให้กรอก User = admin และ Password = admin แล้วกดปุ่ม OK เพื่อเข้าหน้า Web UI ต่อไป




     จะเข้ามาหน้าหลักของ Tomato หน้า Overview ดังรูป และให้ตรวจ เช็คว่า LAN เครื่อง PC ได้รับ IP Address Auto จาก Router หรือไม่ ถ้าได้รับแจก DHCP มา ก็แปลว่า Build ที่เพิ่ง Upgrade ไม่ต้องไปแก้ไข VLAN สามารถใช้งานต่อได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการครับ





     แต่ถ้ากรณีที่ LAN พอร์ตใช้งานไม่ได้ ก็ต้องทำการปรับแต่งค่า VLAN ใน Firmware Tomato โดยให้คลิกที่เมนูด้านซ้ายมือ Advanced  จากนั้น คลิกเมนูย่อย VLAN เพื่อเข้าสู่หน้าการกำหนดค่า พอร์ต LAN กับ WAN ครับ ต่อไปให้คลิกที่บรรทัด เงื่อนไข VLAN 2 ครับ




     หลังจากคลิก VLAN 2 แล้ว จะเข้าสู่โหมดการ Edit แก้ไข ให้คลิกปุ่ม “ Delete “ เพื่อลบเงื่อนไข VLAN 2 ครับ แล้วต่อไปก็เลื่อนลงไปข้างล่าง และคลิกปุ่ม Save บันทึกค่า ดังรูป




     ต่อไปก็คลิกปุ่ม OK ในหน้าต่างแจ้งเตือน เพื่อยืนยันการตั้งค่าดังกล่าว




     หลังจากนั้น อุปกรณ์ จะทำการ Reboot โดยจะนับถอยหลัง ตั้งแต่ 100 ถึง 0 ก็ให้รอให้เสร็จสิ้นขั้นตอนดังกล่าว




     หลังจากครบ 0 แล้ว ก็ให้กดปุ่ม Continue ครับ เพื่อกลับเข้าหน้า Web ของ Tomato อีกครั้งครับ







     ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้ LAN เครื่อง PC รับ IP Address แบบ Auto ได้แล้วครับ และก็สามารถเข้าไปปรับแต่งค่าใช้งานได้ตามต้องการ





     4.2. การเชื่อมต่อและตั้งค่าหลัง Reset Factory Default สำหรับ Firmware ค่าย Shibby และ Toastman

     จากที่ได้ทดสอบ เจอว่า ถ้าผู้ใช้เพิ่ง Upgrade Tomato Firmware กับ FH303+ ค่าในข้อ 3.1. จะยังไม่ใช่ค่าจริง ๆ Default ของ Tomato ครับ สามารถ Reset ค่าของ FH303+ เป็นค่าจากโรงงาน ของค่าย Shibby และToastman เพื่อให้เป็นค่าจากโรงงานของ Firmware และหลังจาก Reset Default แล้ว ค่า Default ของ Tomato ทั้งสองค่าย จะเปลี่ยนเป็นค่าดังนี้

     สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลัง Reset Factory Default สำหรับ Tomato Toastman และ Shibby

  • หมายเลข IP Address
    • เปลี่ยนเป็น IP Address = 192.168.1.1
  • Username , Password
    • User = admin
    • Password = admin
  • ฟังก์ชั่น DHCP Server
    • Disable ไม่แจก IP Address
  • ไฟ LED
    • ติด PWR, Wi-FI, LAN และ WAN พอร์ต
    • ไฟ SYS, WPS, S, G ไม่ติดครับ
  • พอร์ต LAN
    • ใช้งานพอร์ต LAN และ WAN ได้เลย ไม่ต้องตั้งค่า VLAN ครับ
  • การเข้าหน้าตั้งค่า
    • สามารถเข้าได้ทั้งจาก LAN และ Wireless แต่ต้อง Fix IP Address ครับ
  • ชื่อ SSID Wireless
    • เปลี่ยนจาก Tenda_xxxxxx เป็น wireless


     ในส่วนวิธีการ Reset ค่าของ Tomato ให้กลับเป็นค่าจากโรงงาน ก็ให้เข้าไปที่ เมนูหลักด้านซ้ายมือ Administration  จากนั้น ก็ คลิกเมนูย่อย Configuration แล้วเลือก “ Restore Default Configuration “ ให้เป็น “ Restore default router settings ( normal ) “ แล้ว กดปุ่ม OK ครับ สักพักจะมีกรอบหน้าต่างขึ้นมาให้ยืนยัน กด OK อีกทีครับ ดังรูป





     รอเปลี่ยนหน้าเป็นหน้าให้นับถอยหลัง จาก 120 ถึง 0 ครับ และจะมีข้อความแจ้งให้ทราบว่า IP Address ใหม่จะกลับเป็น 192.168.1.1 ครับ




     แนะนำให้ผู้ใช้เข้าไป Fix IP Address ของ LAN เครื่อง Computer PC เป็น 192.168.1.3 ชั่วคราวครับ หรือเลขอะไรก็ได้ที่ต้องการ





     จากนั้นเปิด Browser เช่น IE, Chrome หรือ Firefox แล้วพิมพ์ IP = 192.168.1.1 ตรงช่อง Address Bar แล้ว Enter จะเข้ามาติดหน้า Login ของ Tomato ให้กรอก User = admin และ Password = admin แล้วกดปุ่ม OK เพื่อเข้าหน้า Web UI ต่อไป






     หลังจากเข้ามาได้ ให้เข้ามา Enabl eDHCP เพื่อให้ Firmware แจก IP Address ให้กับ Client ทั้งสาย LAN และ Wireless โดยให้คลิกที่เมนูด้านซ้ายมือ Basic  ต่อด้วยเมนู Network แล้วก็ให้คลิกที่บรรทัด LAN ( Bridge br0 ) เพื่อแก้ไขค่าดังรูป






     เช็คเครื่องหมายถูกตรงช่อง DHCP แล้วกดปุ่ม OK จากนั้น ก็ให้เลื่อนลงมากดปุ่ม Save เพื่อบันทึกค่าอีกทีครับ ดังรูป ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ ผู้ใช้สามารถเปิดให้ LAN ของเครื่อง Computer PC และ Wireless รับ IP Address Auto และเซตตั้งค่าอื่นตามต้องการต่อไปครับ






     4.3. การเชื่อมต่อและกำหนดค่า VLAN หลัง Upgrade Firmware ค่าย DD-WRT


     Firmware DD-WRT จะมีความแตกต่างจาก Tomato คือ หลังจาก Upgrade Firmware DD-WRT แล้ว ค่าของ FH303+ จะถูกเปลี่ยนเป็นค่า Default ของ DD-WRT ทั้งหมด ไม่ได้เก็บค่าเดิมเหมือน Tomato ครับ โดยมีการเปลี่ยนแปลงค่าตามนี้ครับ

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลัง Reset Factory Default สำหรับ DD-WRT
  • หมายเลข IP Address
    • เปลี่ยนเป็น IP Address = 192.168.1.1
  • Username , Password
    • โดย Default Username = admin   แต่จะให้ผู้ใช้เปลี่ยน Password เอง
  • ฟังก์ชั่น DHCP Server
    • Enable ไว้ โดยแจก IP Address ทาง Wireless เท่านั้น
  • ไฟ LED
    • ติด PWR, LAN และ WAN พอร์ต
    • ไฟ SYS, WPS, Wi-FI, S, G ไม่ติดครับ
  • พอร์ต LAN
    • จะยังใช้งานพอร์ต LAN ไม่ได้ ต้องเข้าไปตั้งค่า VLAN ก่อน
  • การเข้าหน้าตั้งค่า
    • ให้เข้าทาง Wireless ชื่อ dd-wrt

     เริ่มต้นจาก เชื่อมต่อ Wireless กับชื่อ SSID ชื่อ dd-wrt ให้เรียบร้อย แล้ว ( อาจจะรอให้ชื่อแสดงในหน้า View สักครู่ ) โดย Wireless ของเครื่อง PC หรือ Notebook ก็จะได้รับหมายเลข LAN IP จาก FH303+ อัตโนมัติครับ เป็น 192.168.1.xxx




     จากนั้นเปิด Browser เช่น IE, Chrome หรือ Firefox แล้วพิมพ์ IP = 192.168.1.1 ตรงช่อง Address Bar แล้วกดปุ่ม Enter ครับ




     ในหน้าแรกของ DD-WRT ให้พิมพ์ Username = admin ส่วน Password ก็ตั้งเองและยืนยันอีกครั้ง จากนั้น กดปุ่ม Change Password





     ไปที่ เมนูหลัก Setup > เมนูย่อย VLANs แล้วค่าเปลี่ยน สลับ VLAN 0 กับ 1 ดังรูป จากนั้นเลื่อนลงมากดปุ่ม Save และต่อด้วย Apply ครับ




     หลังจากกดปุ่ม Apply ให้รอสักครู่ครับ รอให้อุปกรณ์บันทึกค่า และประมวลผล



     เสร็จแล้ว Wireless ของเครื่อง อาจจะหลุดครับ จำเป็นต้องเชื่อมต่อ Wireless กับ SSID ชื่อ dd-wrt ใหม่อีกครั้ง




     เข้ามาหน้า DD-WRT อีกครั้ง คราวนี้ให้คลิกที่ เมนูหลัก Setup > ต่อด้วยเมนูย่อย Networking ดังรูป




     ในหน้านี้ ให้เลื่อนไปที่ “ WAN Port Assignment “ แล้วเปลี่ยน จาก vlan1 > vlan2 ดังรูป แล้วกดปุ่ม Save แล้ว Apply อีกครั้ง



     หลังจากกดปุ่ม Apply ให้รอสักครู่ครับ รอให้อุปกรณ์บันทึกค่า และประมวลผล ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ



     ผู้ใช้สามารถตั้งค่าให้ LAN เครื่อง PC รับ IP Address แบบ Auto ได้แล้วครับ และก็สามารถเข้าไปปรับแต่งค่าใช้งานได้ตามต้องการ





          5. การ Upgrade Firmware กลับมาเป็น Official ของ Tenda ครับ



     การ Upgrade Firmware จาก Tomato หรือ DD-WRT กลับมาเป็น Firmware Office ของ Tenda นั้น ก็ทำเหมือนกันตามวิธีข้อ 3. ครับเพียงแค่เปลี่ยน Firmware เป็นของ Tenda เท่านั้นเองครับ หรือถ้าจะให้ทวน วิธี ก็ทำตามลำดับดังนี้ครับ


  • Fix IP Address ของ LAN เป็น 192.168.0.3, Subnet 255.255.255.0
  • เสียบสาย LAN เข้าช่องสีเหลืองของ FH303+
  • ถอดปลั๊กไฟ FH303+ แล้วกดปุ่ม RST/WPS ค้างไว้ หลังจากนั้น ก็เสียบปลั๊ก Power Adapter
  • รอไฟเข้าตัว อุปกรณ์ และรอจนกว่า ไฟ LED จะติดพร้อมกัน 5 ดวง ( PWR, 1, 2, 3 และ WAN )
  • เปิด Browser IE, Chrome หรือ Firefox พิมพ์ 192.168.0.1 ตรงช่อง Address Bar แล้ว Enter
  • จะเข้าหน้า CFE Upgrade ของ Tenda ให้กดปุ่ม Browse ไปที่ไฟล์ Firmware Tenda ครับ
  • กลับมาหน้า CFE Upgrade ก็ให้กดปุ่ม Upload รอแล้วจน Complete
  • กดปุ่ม Continue ให้อุปกรณ์ Reboot รอสักครู่
  • ตรวจสอบไฟ LED หลังจากอุปกรณ์ Reboot ว่าไฟติด 5 ดวง ถ้าติด 5 ดวง ให้ปิดอุปกรณ์ เปิดใหม่ แล้วกดปุ่มให้ติดหน้า CFE
  • แต่ถ้าไฟติดปรกติ คือ ไฟ PWR, SYS, Wi-Fi, G เป็นต้น ก็แปลว่า Upgrade ผ่านแล้วครับ
  • กดปุ่ม Reset default ด้านหลังค้างไว้ประมาณ 15 วินาที เพื่อ Reset ค่าอุปกรณ์ เป็นค่าจากโรงงาน
  • เซต IP Address ของ LAN ให้เป็น Auto และเข้าหน้าตั้งค่า FH303+ ผ่าน 192.168.0.1 ได้ตามปรกติครับ

          6. วิธีแก้ปัญหากรณีที่ Upgrade Firmware แล้วใช้งานไม่ได้


     6.1. กดปุ่ม WPS/RST ค้างแล้ว เสียบ Power Adpater แต่ติดไฟ Power ดวงเดียว



     กรณีที่ผู้ใช้ ได้ทำการ Upgrade Firmware 3rd Party เสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วมีความต้องการที่จะลองใช้ Firmware Build Date อื่น หรือของค่ายอื่น จึงต้องทำตามข้อ 3. เพื่อให้เข้าสู่หน้า CFE Upgrade ของ Tenda แต่กลายเป็นติด Power ดวงเดียวแทน

     วิธีแก้ปัญหา : ให้ถอดปลั๊กไฟ Power Adapter หรือ Jack Power ด้านหลัง แล้วแต่สะดวกครับ จากนั้น ก็ให้เสียบกลับเข้าไปใหม่ รอเช็คสถานะไฟสักครู่ ถ้าไฟยังติดดวงเดียวอีก ก็อาจจะต้องลองถอด แล้วเสียบหลายครั้งครับ หรือหลังจากถอด Power Adapter ออก แล้วรอ ประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยเสียบใหม่ดูอีกทีครับ

     6.2. กดปุ่มจนไฟ LED ติด 5 ดวงพร้อมกันแล้ว แต่พิมพ์ 192.168.0.1 ไม่ติดหน้า CFE Upgrade

     วิธีแก้ปัญหา : ให้ถอดปลั๊กไฟ Power Adapter หรือ Jack Power ด้านหลัง แล้วกดปุ่ม WPS/RST ค้างไว้ แล้วเสียบปลั๊กไฟ Power Adpater หรือ Jack Power กลับเข้าไปใหม่ รอจนไฟติด 5 ดวง แล้วเข้าหน้า 192.168.0.1 ดูอีกทีครับ แล้วถ้าลองหลายครั้งแล้วยังไม่ได้ ก็อาจจะลองเปลี่ยน Browser ที่ใช้ดูครับ เช่น จาก IE เป็น Chrome หรือ Firefox เป็นต้น

     6.3. หลังจาก Upgrade Firmware แล้ว Reboot กี่ครั้ง ไฟก็ติดค้าง 5 ดวงตลอด เข้าติดหน้า CFE ทุกครั้ง






     ปัญหาไฟติดค้าง 5 ดวงพร้อมกัน ของ PWR, 1,2,3 และ WAN สาเหตุแรก คือเกิดหลังจาก Upgrade Firmware 3rd Party แล้ว แต่ Firmware ไม่รองรับกับ FH303+ 100% ทำให้อาจจะใช้งานได้แป็บหนึ่ง แต่พอมีการ Reboot อุปกรณ์ใหม่แล้ว กลายเป็นไฟติดค้าง 5 ดวง

     อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ Firmware 3rd Party ไม่รองรับ FH303+ เลย พอ Upgrade เข้าไปผ่านหน้า CFE Upgrade ก็เลยกลายเป็นว่า Run ในส่วนของ Program ไม่ผ่าน ก็เลยติดแสดงสถานะของ ไฟ LED ติดพร้อมกัน 5 ดวงตลอดเวลา กดปุ่ม Reset Default ก็ไม่หายครับ

     วิธีแก้ปัญหา : โดยถึงแม้ไฟ LED จะติดพร้อมกัน 5 ดวง แต่ก็จะยังเข้าหน้า CFE Upgrade ได้ตามปรกติครับ แนะนำให้ Upgrade Firmware กลับเป็น Official Firmware Tenda ของ FH303+ ก่อน ตามการ Upgrade ข้อ 3. หรือ 4. หรือตามตัวอย่างคร่าว ๆ ดังนี้ครับ




     หลังจาก Upgrade Firmware Tenda FH303+ แล้ว ก็จะมาติดหน้า “ Upload Completed “ ครับ ก็ให้กดปุ่ม Continue ดังรูป




     กลับมาหน้า CFE Upgrade ให้พิมพ์คำสั่ง ลบค่าใน NVRAM ดังนี้ http://192.168.0.1/do.htm?cmd=nvram+erase แล้วกด Enter



     จากนั้น ก็ให้กลับมาหน้า CFE Upgrade แล้วพิมพ์ Command ตามตัวอย่าง ตรง Address Bar ครับ





     ขั้นตอนสุดท้าย ก็ให้ถอดปลั๊กไฟ Power Adapter แล้วเสียบใหม่ครับ แล้วสังเกตไฟ LED ก็จะไม่ติด 5 ดวงพร้อมกันแล้ว กลับมาปรกติครับ





     6.4. Upgrade Tomato Firmware แล้ว Login ด้วย User = admin / Pass = admin ไม่ผ่าน

     วิธีแก้ปัญหา : บาง Build Date ของ Firmware Tomato นั้น จะไม่สามารถ Login ครั้งแรกด้วย User = admin, Password = admin ครับ แนะนำให้ลองดูก่อน ถ้าไม่ได้ ก็ให้ใช้ Username = YWRtaW4= กับ Password = YWRtaW4= แล้วค่อยเข้าไป Reset Default อุปกรณ์ เพื่อให้ Username กับ Password กลับมาเป็น admin เหมือนเดิมครับ



      6.5. Version ของ Firmware Tomato แต่ละเวอร์ชั่นแตกต่างกันยังไง

     ขนาดของ Firmware จะแบ่งตาม ความสมบูรณ์ หรือฟังก์ชั่นที่รองรับครับ โดยยิ่ง Firmware ไฟล์ใหญ่ ก็จะมี ฟังก์ชั่นในการใช้งานครบครันมากยิ่งขึ้น ตามตารางที่แสดงด้านล่างครับ โดย Version ที่เล็กสุดคือ “ Mini “ ส่วน Version ใหญ่สุดคือ “ Mega และ AIO “ ตามลำดับ




     เพิ่มเติมในส่วนความแตกต่างของแต่ละ เวอร์ชั่น ของ Firmware Tomato บางค่าย ดังนี้




กรณีที่ลูกค้ามีปัญหา ติดต่อ Support PLENTY เพิ่มเติมที่ เบอร์ 02-3123641 – 6 ( 6 คู่สายอัตโนมัติ ) หรือเบอร์มือถือ 086-3697855 ครับ